พระกริ่งใหญ่ประเทศจีนสุดยอดพระกริ่งอันดับหนึ่งของพระกริ่งนอก

สัปดาห์พระเครื่อง / ราม วัชรประดิษฐ์พระกริ่งใหญ่ ได้รับการยกย่องให้เป็น ‘ยอดพระกริ่ง’ อันดับหนึ่งขอ

สัปดาห์พระเครื่อง / ราม วัชรประดิษฐ์พระกริ่งใหญ่ ได้รับการยกย่องให้เป็น ‘ยอดพระกริ่ง’ อันดับหนึ่งของพระกริ่งนอกทั้งหมด จากพุทธลักษณะที่อวบอิ่มขององค์พระจึงให้ชื่อว่า “พระกริ่งใหญ่” พระพักตร์และพระเนตร แสดงออกถึงศิลปะอันเกิดจากสกุลช่างจีนอันบริสุทธิ์ เมื่อได้พิจารณาองค์พระจะเกิดความรู้สึกอิ่มเอิบ เยือกเย็น และเปี่ยมสุขได้อย่างน่าอัศจรรย์ อาจสืบเนื่องจากความยิ่งใหญ่นี้เอง จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ วัดบวรนิเวศวิหาร และ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนเทพวราราม ทรงจำลองแบบอย่างมาจัดสร้างพระกริ่งไทย ถือได้ว่า “พระกริ่งใหญ่” เป็นต้นแบบในการสร้าง “พระกริ่ง” ของสยามประเทศอย่างแท้จริง ปัจจุบันหาดูได้ยากยิ่งถิ่นกำเนิดพระกริ่งใหญ่ มีถิ่นกำเนิดอยู่ ณ มณฑลซัวไซ ประเทศจีน ในราวสมัยราชวงศ์ถัง และเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศจีน ต่อมาขยายไปยังเขมร และเข้าสู่ประเทศไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา นับอายุจนถึงปัจจุบันยาวกว่าพันปี เนื้อหามวลสาร-การจัดสร้าง เป็นพระเนื้อโลหะสัมฤทธิ์ สีทองดอกบวบ ผิวสนิมหุ้มออกเป็นสีมันเทศหรือนํ้าตาลแก่ ก้นปิดเป็นแอ่งแบบกระทะ ด้วยเนื้อโลหะที่ค่อนข้างแก่ทองเหลือง เขย่าแล้วจะเกิดเสียงดังกังวาน แต่บางองค์ก้นกลวงโดยไม่ปิดก็มี กรรมวิธีการหล่อแบบลอยองค์ โดยใช้แม่พิมพ์แบบ “พิมพ์ประกับ” หรือ “พิมพ์ประกบ” คือ มีแม่พิมพ์ 2 ชิ้น ประกบด้านหน้าและด้านหลัง จึงปรากฏตำหนิเป็น “รอยตะเข็บ” ที่ด้านข้างขององค์พระทุกองค์ มากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป พุทธลักษณะ พระกริ่งใหญ่ มีพุทธลักษณะงดงามสง่า องค์พระประทับนั่ง แสดงปางมารวิชัย บนฐานกลีบบัวซ้อน 2 ชั้น ชั้นละ 7 กลีบ, พระหัตถ์ขวาวางพาดบนพระเพลา พระหัตถ์ซ้ายทรงวชิราวุธ, พระเศียรค่อนข้างใหญ่ ด้านหลังแบนลาดกว่าด้านหน้า, พระเกศเป็นแบบมุ่นเมาลี 3 ชั้น ด้านหน้าระหว่างพระเมาลีชั้นล่างสุดและชั้นที่ 2 ประดับแซมด้วยรูป “พระจันทร์ครึ่งซีก” เม็ดพระเกศเป็นตุ่มนูน มีทั้งหมด 14 เม็ด เว้นช่องสมํ่าเสมอ แสดงถึงความละเอียดประณีตในการสร้าง อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญประการหนึ่ง, กรอบไรพระเกศายกสูงกว่าพระนลาฏมากเป็นพิเศษ, พระเนตรตอกเป็นเส้นลึก เฉียงขึ้นด้านบนเล็กน้อย แบบ “ตาจีน” พระนาสิกโด่งเป็นสัน ตรงปลายบานออก, พระโอษฐ์เป็นเส้นโค้ง ด้านบนกว้างกว่าด้านล่าง มุมพระโอษฐ์ทั้งสองตอกลึกลงไป, วงพระพักตร์อิ่มอวบอูมคล้ายรูปสี่เหลี่ยมมน, พระหนุจะเห็นรำไรอยู่ในที, พระกรรณข้างขวาสั้นกว่าข้างซ้ายและไม่ติดพระอังสา ส่วนพระกรรณด้านซ้ายจรดพระอังสา, พระอังสาทั้ง 2 ข้างลาดมน, พระอุระอวบอูมและวาดเข้าหาพระกัจฉะ (รักแร้), ฐานผ้าทิพย์ด้านหน้าพระเพลาแบนราบ แลดูพลิ้วอยู่ในที, เส้นชายจีวรและสังฆาฏิตลอดจนเส้นอาสนะเหนือฐานบัวด้านหน้า เป็น “เม็ดไข่ปลา” นูน กลม ละเอียดงดงาม, สัณฐานบัวเป็นรูปสี่เหลี่ยมแบบ “บัวจีน” เม็ดบัวเป็นตุ่มกลมนูน และร่องบัวทั้งสองเป็นร่องลึกพุทธคุณเด่นทางอำนาจ เจริญด้วยลาภ ยศ สักการะ ป้องกันภูตผีปีศาจและสิ่งเลวร้ายต่างๆ ใช้ทำนํ้ามนต์สำหรับอาบและดื่ม เพื่อบรรเทาและหลุดพ้นจากทุกข์โศกโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวงครับผม

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

แนะนำให้คุณ