'หมอโอภาส'ชี้การฉีดวัคซีนครอบคลุมผู้สูงอายุ-กลุ่มเสี่ยงจะช่วยให้เปิดประเทศได้ปลอดภัย

จากกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายเดินหน้าเตรียมเปิดประเทศรับการท่องเที่ยว ในวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ ล่าสุด ผศ.

จากกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายเดินหน้าเตรียมเปิดประเทศรับการท่องเที่ยว ในวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ ล่าสุด ผศ.นพ.โอภาส พุทธเจริญ หัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า…การฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมประชากรสูงอายุและกลุ่มที่มีโรคประจำตัวให้สูงน่าจะช่วยทำให้เปิดประเทศได้ปลอดภัย เนื่องจากวัคซีนทุกชนิดไม่ได้ช่วยป้องกันการแพร่กระจายเชื้อได้ดี แต่ลดความรุนแรงได้ดีถ้าระดับภูมิยังสูงพอ คนที่ฉีดมีโอกาสยังติดเชื้อและอาจจะมีอาการน้อยหรือไม่มีอาการเลยแต่จะเอาเชื้อไปแพร่ให้คนใกล้ชิดที่ยังไม่ได้ฉีด ซึ่งถ้าเป็นกลุ่มคนที่อายุมากหรือมีโรคประจำตัวก็จะมีอาการรุนแรง มีโอกาสสูงที่จะเสียชีวิต ดังนั้นคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนอยู่เฉยๆเชื้อก็จะมาหาเองแม้ว่าไม่ได้ออกไปไหน แต่จากได้โรคมาจากคนใกล้ชิดที่ติดเชื้อแบบไม่มีอาการและไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ ตัวอย่างของประเทศที่ดำเนินการแบบนี้คือเดนมาร์กที่ฉีดวัคซีนในประชากรกลุ่มเสี่ยงไปแล้วสูงถึง 97% จึงได้ประกาศลดการควบคุมมาตรการต่างๆ ความเห็นส่วนตัวคือ หลังผ่อนคลายมาตรการอาจจะเห็นผู้ที่ติดเชื้อมากขึ้น แต่ตัวเลขที่น่าจะต้องโฟกัสก็ควรเป็นจำนวนเปอร์เซนต์ของผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ยังไม่ได้รับวัคซีน จำนวนผู้ป่วยหนักที่นอนไอซียู น่าจะสำคัญมากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน มีหลายประเทศในยุโรปที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังสูงขึ้นๆลงๆแต่จำนวนผู้เสียชีวิตต่อวันน้อยมากถ้าสัดส่วนของการได้รับวัคซีนยังไม่สูงพอ การลดระดับมาตราการก็อาจจะส่งผลทำให้จำนวนผู้ป่วยหนักเพิ่มขึ้น มีผลกระทบกับการให้บริการทางการแพทย์ เช่นเตียงไอซียู อุปกรณ์ดูแลคนไข้หนักที่มีค่าใช้จ่ายสูง นอกจากนี้การที่มีคนไข้โควิดที่มีอาการหนักจำนวนเพิ่มขึ้นก็จะมีผลกระทบต่อการให้บริการคนไข้ในกลุ่มโรคอื่นๆ ตามมา สิ่งที่ต้องทำคือรีบปิด gap ให้จำนวนผู้สูงอายุได้รับวัคซีนสูงตามเป้าหรือมากกว่าเป้า (เข้าใจว่าช่วงนี้เป็นช่วงท้าทายเพราะเป็นกลุ่มประชากรที่เข้าถึงยาก)และการเตรียมความพร้อมรับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก เตียงไอซียูยังต้องพร้อมตลอด

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

แนะนำให้คุณ