นักธุรกิจไทยร้องสถานทูตจีนก่อนแจ้งความปอท.โดนบริษัทฯในจีนโกงกว่า3ล้านบาท

เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้( 15 ต.ค.64)​ ที่ บก.ปอท. นายสมชาย แสงวิชัยภัทร อายุ 55 ปี กรรมการบริษัท อม

เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้( 15 ต.ค.64)​ ที่ บก.ปอท. นายสมชาย แสงวิชัยภัทร อายุ 55 ปี กรรมการบริษัท อมาเดยุส เปียโน จำกัด พร้อม นายเกรียงศักดิ์ พินทุสรศรี ทนายความ และนายพรเทพ เห็นศิริสกุลนายกสมาคมตระกูลเฮ้ง เข้าพบ พ.ต.ท.วุฒิชัย ทับทวี สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ปอท.แจ้งความว่าโดนบริษัทฯ ที่เมืองจีน ฉ้อโกงโดยนายสมชาย ผู้เสียหายเปิดเผยว่าเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ได้รับการติดต่อจากบริษัทรายหนึ่งที่ทำธุรกิจอยู่ในสหรัฐอเมริกาว่าต้องการซื้อสินค้าประเภทเครื่องซีล-แพคเกจจิ้ง สูญญากาศ จากบริษัทแห่งหนึ่ง มีที่ตั้งอยู่ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยอ้างเหตุผลที่ไม่สั่งซื้อเองโดยตรงว่า เพื่อเลี่ยงภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ถ้าสินค้าดังกล่าวส่งจากไทยอัตราภาษีจะถูกกว่าส่งจากจีน โดยบริษัทฯ ตนจะได้ผลตอบแทนประมาณ 20 % จากนั้นทางบริษัทฯ ตนได้ติดต่อสั่งซื้อสินค้าดังกล่าวจากประเทศจีน ซึ่งเป็นการทำธุรกิจครั้งแรกกับบริษัทนี้ ตกลงราคากันประมาณ 3.6 ล้านบาทเศษ โดยแบ่งโอนเงิน 2 ครั้งๆ แรก 2.7 ล้านบาท เมื่อ 23 ก.ค.64 ครั้งที่สองโอนไปอีก 9 แสนกว่าบาทเมื่อ วันที่ 11 ส.ค.64หลังจากนั้นได้แจ้งบริษัทฯ ที่เมืองจีนครั้งที่สามว่าให้เราโอนเงินครั้งที่สาม จำนวน 2 ล้านกว่าบาท อ้างว่าจะเปลี่ยนตู้คอนเทรนเนอร์ใส่สินค้าจาก 20 ฟุตเป็น 40 ฟุตแทน จะได้ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ฟังดูแล้วแปลกๆ จึงคิดว่าเราน่าจะถูกโกง วันที่ 20 ก.ย.จึงนำหลักฐานเอกสารการซื้อขายและการโอนเงินไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง แต่ยังไม่มีความคืบหน้า จึงขอความช่วยเหลือจากคุณพรเทพ นายกสมาคมตระกูลเฮ้ง และทนายเกรียงศักดิ์ ซึ่งพาไปร้องทุกข์ต่อสถานฑูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยเมื่อบ่ายวันเดียวกันนี้ก่อนจะมาแจ้งความ บก.ปอท.ทางเจ้าหน้าที่สถานทูตจีนรับปากว่าจะช่วยเหลือในการตรวจสอบและติดตามเงินคืนจากบริษัทฯ เจ้าของสินค้าให้ ขอให้ทางตำรวจไทยส่งเอกสารหลักฐานมาทนายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ที่มาร้อง บก.ปอท.วันนี้เพราะน่าเชื่อว่าอาจจะมีคนไทยร่วมกระบวนการอยู่ด้วยจึงต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท.ช่วยด้วยอีกทางหนึ่งสำหรับเอกสารการโอนเงินที่ผู้เสียหายนำมามอบพนักงานสอบสวน ตรวจสอบแล้วพบว่าโอนไปบัญชีธนาคารของบริษัทฯ ที่ประเทศจีนจริง ไม่ใช่บัญชีอื่น จึงไม่ใช่การแฮกอีเมลของบริษัทฯ ที่จีนแน่นอนเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้เพื่อส่งให้กระทรวง ดีอีเอส.ทำการตรวจสอบอีเมลที่ผู้เสียหายติดต่อกับบริษัทที่ประเทศจีน เพื่อส่งต่อให้ สน.วังทองหลาง ท้องที่เกิดเหตุนำไปประกอบสำนวนส่งเรื่องให้สถานทูตจีนประจำประเทศไทยไปดำเนินคดีตามกฎหมายจีนติดตามเงินคืนผู้เสียหายต่อไป

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

แนะนำให้คุณ