'ดร.สามารถ'แนะ'ทางด่วนน้ำ'น้ำไม่ต้องรอระบาย

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ชำนาญด้านโครงการและแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนและ ท่า

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ชำนาญด้านโครงการและแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนและ ท่าอากาศยานได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ชื่อ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ -Drsamart Ratchapolsitte โดยมีเนื้อหาดังนี้…”ทางด่วนน้ำ” น้ำไม่ต้องรอระบายการแก้ปัญหาน้ำท่วมคล้ายกับแก้ปัญหารถติด ซึ่งต้องสร้างทางด่วนและทางลอดหรืออุโมงค์ไว้ขนรถ และต้องสร้างรถไฟฟ้าทั้งลอยฟ้าและใต้ดินไว้ขนคน ด้วยเหตุนี้ การแก้ปัญหาน้ำท่วมจึงจำเป็นต้องสร้าง “ทางด่วนน้ำ” ไว้ขนน้ำไปปล่อยลงแม่น้ำหรือทะเลกรุงเทพฯ มี “ทางด่วนน้ำ” แล้วหรือยัง?กทม. ได้สร้างอุโมงค์ไว้ขนน้ำ ถึงเวลานี้เปิดใช้แล้ว 4 อุโมงค์ อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง 1 อุโมงค์ กำลังจะก่อสร้างอีก 4 อุโมงค์ ผมเข้าใจว่า กทม. ต้องการให้อุโมงค์เหล่านี้ทำหน้าที่เป็น “ทางด่วนน้ำ” เพื่อขนน้ำไปปล่อยออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างรวดเร็ว แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เนื่องจากน้ำไหลไปถึงปากอุโมงค์ได้ช้า เพราะท่อระบายน้ำที่รับน้ำจากถนนมีขนาดเล็ก ทำให้เกิดสภาพ “คอขวด” ไม่สามารถขนน้ำมาสู่ปากอุโมงค์ได้อย่างรวดเร็ว อุโมงค์จึงไม่สามารถทำหน้าที่เป็น “ทางด่วนน้ำ” ได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น กทม. จะต้องแก้ปัญหาคอขวด รวมทั้งปัญหาที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้ “อุโมงค์” เป็น “ทางด่วนน้ำ” ให้ได้กทม. จะทำให้อุโมงค์เป็น “ทางด่วนน้ำ” ได้อย่างไร?1. ติดตั้งรางรับน้ำ (Gutter) บนถนนชิดทางเท้าเมื่อฝนตกหนัก จะเห็นว่าน้ำไหลลงบ่อพักได้ช้า ทั้งๆ ที่น้ำในท่อระบายน้ำยังไม่เต็ม เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะช่องรับน้ำที่บ่อพักมีขนาดเล็ก ทำให้น้ำไหลลงบ่อพักไม่ทัน น้ำจึงเอ่อล้นถนน วิธีแก้ก็คือจะต้องติดตั้งรางรับน้ำบนถนนชิดทางเท้าที่มีความยาวตามความเหมาะสมของพื้นที่ จะช่วยทำให้น้ำบนถนนไหลลงรางรับน้ำและบ่อพักได้อย่างรวดเร็ว ไม่เอ่อล้นบนถนน ซึ่งวิธีนี้ กทม. ได้นำมาใช้แล้ว ปรากฏว่าได้ผลดี ควรทำต่อไปให้ครอบคลุมทุกพื้นที่2. วางท่อระบายน้ำใหม่แก้ “คอขวด”กทม. จะต้องเร่งขจัด “คอขวด” ให้หมดไปโดยด่วน โดยการวางท่อระบายน้ำเพิ่มเติมจากท่อเดิมที่ส่วนใหญ่เป็นท่อขนาดเล็กมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 60 ซม. เท่านั้น ท่อระบายน้ำใหม่จะต้องมีขนาดใหญ่กว่าเดิม และในการวางท่อใหม่นั้นจะต้องใช้เทคนิคดันท่อใต้ดิน (Pipe Jacking) เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจร ซึ่ง กทม.ได้ทำอยู่บ้างแล้ว แต่ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ท่อใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมจะรับน้ำจากถนนเพื่อขนไปสู่ปากอุโมงค์ได้อย่างรวดเร็ว น้ำจากปากอุโมงค์จะไหลไปท้ายอุโมงค์ แล้วถูกสูบลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างรวดเร็ว เป็นผลให้อุโมงค์ทำหน้าที่เป็น “ทางด่วนน้ำ” ได้สมบูรณ์ขึ้น3. ในอนาคต กทม. ควรสร้าง “อุโมงค์ยักษ์”ในปัจจุบันอุโมงค์ที่เปิดใช้งานแล้วไม่ถือว่าเป็น “อุโมงค์ยักษ์” เพราะมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 3.40 – 5.00 เมตรเท่านั้น อีกทั้งอุโมงค์ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างและที่กำลังจะก่อสร้างก็มีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 3.70 – 5.70 เมตรเท่านั้น ไม่ถือว่าเป็น “อุโมงค์ยักษ์” เช่นเดียวกันผมขอเสนอให้ กทม. พิจารณาสร้างอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 10.00 เมตรขึ้นไป พูดได้ว่าเป็น “อุโมงค์ยักษ์” เหตุที่ผมเสนอเช่นนี้ก็เพราะต้องการให้ กทม. ใช้อุโมงค์เป็นแก้มลิงเก็บน้ำด้วย ซึ่งจะช่วยลดน้ำท่วมขังได้เป็นอย่างดี พูดได้ว่าอุโมงค์จะทำหน้าที่ทั้งขนน้ำและเก็บน้ำเฉพาะอุโมงค์เท่านั้นหรือที่จะเป็น “ทางด่วนน้ำ”?ตอบว่าไม่ใช่ ดังที่ได้เกริ่นนำข้างต้นว่าการแก้ปัญหาน้ำท่วมคล้ายกับการแก้ปัญหารถติด ซึ่งต้องสร้างถนนและรถไฟฟ้าทั้งลอยฟ้าและใต้ดิน ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขอเสนอให้ กทม. พิจารณาสร้าง “ทางระบายน้ำลอยฟ้า” ในพื้นที่ใกล้แม้น้ำเจ้าพระยา และเห็นว่ามีความเหมาะสมกว่าที่จะสร้างอุโมงค์ เพื่อสูบน้ำขึ้นทางยกระดับแล้วปล่อยทิ้งลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาต่อไปสรุปการแก้ปัญหาน้ำท่วมเหมือนกับการแก้ปัญหาเมืองด้านอื่น ซึ่งจะต้องทำงานร่วมกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมทั้งประชาชนคนกรุงเทพฯ ด้วย งานใหญ่และสำคัญเช่นนี้จะไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยใครเพียงคนเดียวในช่วงที่ผมดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. นานมาแล้ว ผมได้มีโอกาสทำงานร่วมกับวิศวกรและผู้เกี่ยวข้องหลายท่านในสำนักการระบายน้ำ กทม. พบว่ามีผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์สูงเป็นจำนวนไม่น้อย ท่านเหล่านี้ได้ผนึกสรรพกำลังช่วยกันทำให้กรุงเทพฯ รอดพ้นวิกฤตน้ำท่วมมาแล้วหลายครั้ง แต่มักไม่เป็นข่าว จะเป็นข่าวก็ตอนเกิดน้ำท่วมทั้งหมดนี้ ด้วยความห่วงใยพี่น้องชาวกรุงเทพฯ และด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของบุคลากรทุกท่านที่รับผิดชอบด้านการป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯเราจะก้าวข้ามปัญหาน้ำท่วมไปด้วยกันครับ!

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

แนะนำให้คุณ