ไทยโชว์!ศักยภาพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำบนเวทีโลกGCA+20ชูธงSDGsนำภาคประมงสู่การพัฒนายั่งยืน

วันที่ 24 ก.ย.64 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้แทนประเทศไทย ร่วมกล่

วันที่ 24 ก.ย.64 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้แทนประเทศไทย ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมฯ ผ่านระบบออนไลน์ ในการประชุมระดับรัฐมนตรีภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา อันเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมความร่วมมือด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำระดับโลก (The Global Conference on Aquaculture 2020 : GCA+20) ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยประเทศไทยได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการกับนานาประเทศ พร้อมแสดงบทบาทและศักยภาพของประเทศไทยในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในระดับสากล นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมง ในฐานะหน่วยงานผู้แทนประเทศไทย ได้เข้าร่วมการประชุมความร่วมมือด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำระดับโลก (The Global Conference on Aquaculture GCA+20 ในรูปแบบการประชุมออนไลน์ ระหว่างวันที่ 23-24 กันยายน 2564 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในธีม “Aquaculture for Food and Sustainable Development” จัดโดยกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Ministry of Agriculture and Rural Affairs of the People’s Republic of China : MARA) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO) และองค์การข่ายงานศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแห่งเอเชียและแปซิฟิก (The Network of Aquaculture Centres in Asia-Pacific : NACA) ซึ่งการประชุมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเชิญชวนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และภาคประชาสังคมจากทั่วโลกที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันพิจารณาทั้งด้านนโยบาย นวัตกรรม เทคโนโลยี โอกาสการลงทุน และความร่วมมือด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่ออาหารและการพัฒนาอย่างยั่งยืน สำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรี (High-Level Roundtable Meeting) ร่วมกับผู้แทนระดับรัฐมนตรีจาก 20 ประเทศทั่วโลก อันเป็นส่วนหนึ่งของการประชุม GCA+20 ครั้งนี้ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับเกียรติให้กล่าวสุนทรพจน์ผ่านระบบออนไลน์ โดยได้กล่าวถึงบทบาทของประเทศไทยที่ได้ร่วมมือกับนานาประเทศ เพื่อสร้างความยั่งยืนในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อาทิ ได้ร่วมจัดทำคู่มือจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของอาเซียน รวมถึงแผนปฏิบัติการอาเซียนด้านการปฏิบัติที่ดีในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ปี 2564-2568 ภายใต้กรอบความร่วมมืออาเซียนพร้อมกันนี้ ประเทศไทยยังได้รับคัดเลือกให้เป็นคณะกรรมการบริหารภายใต้คณะกรรมาธิการด้านทรัพยากรพันธุกรรมสาขาอาหารและเกษตร รวมถึงได้เข้าร่วมประชุมระดับภูมิภาคด้านการทบทวนและการประเมินกฎหมายการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่จัดขึ้นโดย FAO และในปี 2565 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก หรือ เอเปค ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะจัดการประชุมคณะทำงานด้านมหาสมุทรและการประมง และการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยความมั่นคงทางอาหาร เป็นการเน้นย้ำถึงบทบาทที่สำคัญในการทำประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ยั่งยืนเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารการจัดประชุม GCA+20 ครั้งนี้ กรมประมงได้จัดส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมในรูปแบบออนไลน์ภายใต้หัวข้อการประชุมที่สำคัญ 9 หัวข้อ (Thematic Reviews) ได้แก่ 1.ระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 2.เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 3.การปรับเปลี่ยนระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 4.อาหารและการให้อาหารสัตว์น้ำ 5.การพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ 6.ความปลอดภัยทางชีวภาพและการจัดการสุขภาพสัตว์น้ำ/พืช/สาหร่าย 7.การวางแผนเชิงนโยบายด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 8.ขอบเขตของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคมต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และ 9.ห่วงโซ่คุณค่าและการเข้าถึงตลาดผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทย อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการประชุมครั้งนี้ มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลวิชาการด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับความร่วมมือด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการประชุมในหัวข้อการเปลี่ยนผ่านด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไปสู่ความสำเร็จตาม SDGs ที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากกรมประมงได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทยให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง มีการกำหนดนโยบายการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่สอดคล้องทั้งเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) และแผนการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ.2560-2564 โดยมียุทธศาสตร์พัฒนาความสามารถในการผลิต-เพาะเลี้ยงให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ปลอดภัย ได้มาตรฐาน พร้อมผลักดันการเพาะเลี้ยงและอุตสาหกรรมการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน ควบคู่ไปกับการเพิ่มมูลค่าและศักยภาพการแข่งขันที่สอดรับกับความต้องการทางการตลาดในบริบท New Normal รวมไปถึงการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าประมง ตลอดจนยกระดับเครือข่ายและควบคุมต้นทุนตลอด Supply Chain เพื่อรองรับวิกฤตโควิด-19 อีกด้วย การประชุมครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสดีของประเทศไทยที่จะได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมทั้งได้แสดงบทบาทของไทยในการมีส่วนร่วมทางด้านวิชาการ สามารถแสดงศักยภาพในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศไทยในระดับสากล อันจะนำไปสู่การยกระดับความร่วมมือด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนระหว่างประเทศต่อไป ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมสัมมนาในวันที่ 23-24 กันยายน 2564 ได้ที่ www.aquaculture2020.org โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow