รบ.ตั้งเป้าเวทีโลกยุติไวรัสมรณะ

โควิดไทยตายเพิ่ม131 ติดเชื้อใหม่ขยับขึ้นเล็กน้อย 13,256ราย หายป่วย13,829 ราย “หมอยง”โพสต์ผลวิจัยจุฬา

โควิดไทยตายเพิ่ม131 ติดเชื้อใหม่ขยับขึ้นเล็กน้อย 13,256ราย หายป่วย13,829 ราย “หมอยง”โพสต์ผลวิจัยจุฬาฯ กระตุ้นเข็ม 3 ด้วยแอสตร้าฯ ภูมิที่สูงขึ้นสามารถขัดขวางสายพันธุ์เดลต้าได้ “นายกฯ” ประกาศ 3 เป้าหมายรัฐบาลยุติโควิด-19 เมื่อวันที่ 23 ก.ย.64 ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงาน ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จำนวน 13,256 ราย จำแนกเป็น ติดเชื้อใหม่ 12,778 ราย ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 478 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ 1 เมษายน-ปัจจุบัน มีจำนวน 1,495,750 ราย หายป่วยกลับบ้าน 13,829 ราย เสียชีวิต 131 ราย รวมเสียชีวิตสะสมตั้งแต่ 1 เมษายน-ปัจจุบัน จำนวน 15,790 รายด้าน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “ถ้ามีการกระตุ้นเข็ม 3 ภูมิต้านทานจะสูงขึ้นมากการให้วัคซีนเบื้องต้น 2 เข็ม เช่นเชื้อตาย เปรียบเสมือนให้ร่างกายรู้จักเหมือนการติดเชื้อ เมื่อกระตุ้นด้วยวัคซีนชนิด virus vector หรือ mRNA กระตุ้นภูมิต้านทานได้สูงมากงานวิจัยที่ศูนย์เชี่ยวชาญไวรัส จุฬา แสดงให้เห็น ใน preprint https://www.medrxiv.org/?/10?/2021.09.16.21263692v1.full.pdfการกระตุ้นเข็ม 3 ด้วย AstraZeneca หลังจากได้รับ Sinovac มาแล้ว 2 เข็ม ภูมิต้านทานสูงมาก และขัดขวางสายพันธุ์เดลต้าในการทดลอง และมีระดับภูมิต้านทาน IgA ในเลือดสูงกว่าการให้เบื้องต้นอย่างมากการตรวจในห้องปฏิบัติการ ภูมิที่สูงขึ้นสามารถขัดขวางสายพันธุ์ไวรัสเดลต้าได้หลายประเทศมีการให้วัคซีนเข็ม 3 กันแล้ว ประเทศไทยให้เข็ม 3 ด้วยวัคซีนตามคุณสมบัติและการศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันโรค#หมอยง”ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ร่วมประชุมสุดยอดว่าด้วยการยุติการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น (Global COVID-19 Summit : Ending the Pandemic and Building Back Better) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ในรูปแบบการประชุมทางไกล โดย นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยถึงสาระสำคัญในวีดิทัศน์ถ้อยแถลงว่า นายกฯ ยินดีที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุม โดยรัฐบาลไทย ร่วมดำเนินการตามเป้าหมาย คือ1.ไทยกำหนดให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ และจะฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชาชนอย่างน้อยร้อยละ 70 ภายในปีนี้ 2.ไทยสนับสนุนการเพิ่มกำลังการผลิตเวชภัณฑ์และวัสดุทางการแพทย์ เพื่อเป็นเกราะป้องกันให้มีความปลอดภัย 3.ไทยเห็นด้วยกับการสร้างความเข้มแข็งในการเตรียมความพร้อมและการตอบสนองต่อโรคระบาดในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับสากล รวมทั้งสนับสนุนองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ที่กำลังจัดทำตราสารระหว่างประเทศว่าด้วยโรคระบาด ซึ่งประเทศไทยอยู่ระหว่างแก้ไขพระราชบัญญัติโรคติดต่อให้สอดคล้องกับกฎอนามัยระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเตรียมพร้อมรับมือกับโรคระบาดในอนาคต

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

แนะนำให้คุณ