ศูนย์ฯฝนหลวงภาคกลางลงสำรวจพื้นที่การเกษตรสระบุรีปรับแผนปฏิบัติการสอดคล้องความต้องการฝน

วันที่ 25 ก.ย.64 นายภักดี จันทร์เกษ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการฝนหลวง เปิดเผยว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษต

วันที่ 25 ก.ย.64 นายภักดี จันทร์เกษ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการฝนหลวง เปิดเผยว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ยังคงรายงานแผนและผลการปฏิบัติการฝนหลวงเป็นประจำทุกวัน โดยจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการจำนวน 12 หน่วยฯ กระจายอยู่ทั่วภูมิภาค เพื่อติดตามสภาพอากาศและนำมาวิเคราะห์วางแผนปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่ที่มีความต้องการน้ำ โดยเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2564 นายรัฐกร วรุณสุขะศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จังหวัดลพบุรี ลงสำรวจพื้นที่การเกษตร อำเภอบ้านหม้อ และอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี โดยมีนายวิชาญ ปานมา เกษตรกรในพื้นที่ให้ข้อมูล จากการสำรวจพบว่า อำเภอบ้านหม้อ พื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่ปลูกข้าวและบางส่วนปลูกนาบัว พื้นที่ประมาณ 10,000 ไร่ โดยข้าวพบทุกระยะของการเจริญเติบโต น้ำในคลองชัยนาท-ป่าสัก และคลองชลประทานมีปริมาณมาก ไม่พบน้ำท่วมขังในพื้นที่ สถานการณ์น้ำคาดว่าเพียงพอต่อการเพาะปลูก อำเภอแก่งคอยพื้นที่การเกษตรส่วนมากปลูกข้าวโพดระยะออกดอกและออกฝักประมาณ 5,000 ไร่ บางส่วนเริ่มมีการปลูกถั่วเขียวและข้าวโพดใหม่หลังการเก็บเกี่ยว ข้าวหอมสุพรรณระยะต้นกล้า-แตกกอประมาณ 1,000 ไร่ เกษตรกรยังคงต้องการน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากข้าวโพดอยู่ในระยะที่มีความต้องการน้ำมากและนาข้าวมีน้ำขังในแปลงเล็กน้อย โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลการปฏิบัติการฝนหลวงพร้อมทั้งผลการปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ที่ผ่านมา และจะนำข้อมูลที่ได้จากการลงสำรวจพื้นที่การเกษตรมาวางแผนการปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการฝนในพื้นที่ต่อไป โดยเมื่อวานนี้ไม่ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง เนื่องจาก ลมที่ระดับปฏิบัติการมีกำลังแรง อากาศมีเสถียรภาพประกอบกับเมฆชั้นกลาง-สูงปกคลุม ส่งผลให้เมฆมูคิวลัสในพื้นที่เป้าหมายไม่พัฒนาตัว มีฝนตกบริเวณสนามบินเป็นระยะๆ และติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่การเกษตรจากแผนที่อากาศผิวพื้น ของกรมอุตุนิยมวิทยา ณ เวลา 07.00 น. พบว่า ประเทศไทยมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ซึ่งเป็นการลดระดับของพายุดีเปรสชั่น “เตี้ยนหมู่” โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น และมีการเคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุม ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ในบริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้พี่น้องประชาชนบริเวณดังกล่างเฝ้าระวังผลกระทบจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม และติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดสำหรับการติดตามสภาพอากาศเพื่อวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงในช่วงเช้า จากผลการตรวจสภาพอากาศจากสถานีเรดาห์ฝนหลวงทั่วประเทศ พบว่า ในหลายพื้นที่ท้องฟ้ามีเมฆชั้นกลางชั้นสูงปกคลุม ส่งผลให้เป็นอุปสรรคในการยกตัวของอากาศและการพัฒนาตัวของเมฆ สำหรับวันนี้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจำนวน 7 หน่วย ไม่สามารถปฏิบัติการฝนหลวงได้ คือ หน่วยฯ กาญจนบุรี หน่วยฯ ลพบุรี เนื่องจาก เจ้าหน้าที่เข้ารับการฉีดวัคซีน covid-19 เข็มที่ 2 หน่วยฯ ระยอง เนื่องจาก มีสถานการณ์น้ำท่วมขังรอบพื้นที่เป้าหมาย หน่วยฯ ขอนแก่น ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศ หน่วยฯ อุบลราชธานี หน่วยฯ สุรินทร์ และหน่วยฯ นครราชสีมา เนื่องจากติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่การเกษตร ที่จะได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” และอีก 5 หน่วยปฏิบัติการ ยังคงติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หากมีการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง จะขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ที่มีความต้องการน้ำทันที โดยหลีกเลี่ยงการปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่เสี่ยงที่มีน้ำท่วมขังหรือพื้นที่ที่ไม่มีความต้องการน้ำแล้ว ทั้งนี้ พี่น้องเกษตรกรและประชาชน สามารถขอรับบริการฝนหลวง ให้ข้อมูลเชิงพื้นที่และข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นเพื่อใช้ประกอบการวางแผนการปฏิบัติการฝนหลวง รวมถึงติดตามข้อมูลข่าวสารของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ที่ช่องทาง Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร Twitter Instagram Line Official Account : @drraa_pr และหมายเลขโทรศัพท์ 02-109-5100

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

แนะนำให้คุณ