ศพดส.ตร.รวบเครือข่ายค้ามนุษย์ลักลอบนำแรงงานชาวโรฮินจาเข้าประเทศ

วันที่ 26 ต.ค.64 ที่ สภ.บางบัวทอง พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศพดส.ตร.,พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพ

วันที่ 26 ต.ค.64 ที่ สภ.บางบัวทอง พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศพดส.ตร.,พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. /รอง ผอ.ศพดส.ตร. พร้อม NGO พงส.ปคม. และเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน ศพดส.ตร. ร่วมกันสังเกตการณ์ซักปากคำผู้ต้องหา จำนวน 2 คน เครือข่ายค้ามนุษย์และเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมขนเหยื่อชาวโรฮินจาไปประเทศที่สาม โดยมีการกักขัง ทรมานเหยื่อ เพื่อเรียกเงินเพิ่ม จนเป็นเหตุให้เด็กหญิงชาวโรฮินจาเสียชีวิต ที่ห้องประชุม สภ.บางบัวทอง

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรี ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน เนื่องจากปัจจุบันคนร้ายได้ถือโอกาสช่วงที่เกิดผลกระทบจากปัญหาในช่วงไวรัสโควิด-19 หลอกลวงนำคนเข้ามาใช้แรงงานโดยผิดกฎหมาย และยังเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19ซึ่งลักษณะดังกล่าวเป็นภัยต่อประเทศ ในการนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัวป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ในการสืบสวนและปราบปรามอาชญากรรมในรูปแบบดังกล่าวอย่างจริงจัง


ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2564 เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง สังกัด ส.ทล.3 กก.6 บก.ทล.ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาเป็นคนไทยจำนวน 2 ราย ได้แก่ นายจารุบุตร ประดิษฐดร อายุ 57 ปี และ น.ส.มธุรส ไชยนิคม อายุ 60 ปี โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันช่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวฯหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดนผิดกฎหมาย” และยังได้จับกุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าวอีกจำนวน 4 คน โดยกล่าวหาว่า “หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย” นำส่ง พงส.สภ.หัวหิน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากกรณีดังกล่าว ได้มีการสืบสวนขยายผล รวมทั้งได้รับการอนุเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมจาก พล.ท.วัฒนะ พลจันทร์ ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย (ศรภ.) จนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ดังกล่าว มีการกระทำผิดในลักษณะเป็นเครือข่ายค้ามนุษย์ข้ามชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้อำนวยการ ศพดส.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/รองผู้อำนวยการ ศพดส.ตร. ให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนกรณีดังกล่าว โดยได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย หัวหน้าชุดปฏิบัติการสืบสวน พร้อมพวก ทำการรวบรวม ข้อมูลและพยานหลักฐานในกรณีดังกล่าว จนสามารถออกหมายจับเครือข่ายผู้กระทำความผิดได้ทั้งหมด 4 รายประกอบด้วยผู้ต้องหาต่างชาติ จำนวน 2 ราย และผู้ต้องหาชาวไทยจำนวน 2 ราย


ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2564 ภายใต้การบูรณาการระหว่างชุดปฏิบัติการสืบสวน ศพดส.ตร.. บช.ก.,บช.น., ภ.1, ภ.2, ภ.7 และ ศรภ. ทำการจับกุมนางโม ชาจัน หรือ อะโม อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดหัวหินที่ 113 /2564 ลงวันที่ 25 ต.ค2564 ทำหน้าที่ ดูแลแรงงานชาวโรนจาในระหว่างพักอยู่ในที่พักในเขตบางบัวทอง,นายทุนไหน่ (Mr. Tun Naing) อายุ 35 ปี สัญชาติเมียนมา (สามีของนางโม ชาจัน) ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดหัวหินที่ 114/2564ลงวันที่ 25 ต.ค.64 ทำหน้าที่ ดูแลแรงงานชาวโรอินจาในระหว่างพักอยู่ในที่พักในเขตบางบัวทอง โดยจับกุมได้ในพื้นที่ สภ.บางบัวทอง จว.นนทบุรี และจับกุม นายชัยนิวัฒน์ มาลาวิภูษิต อายุ 63 ปี โดยจับกุมได้ในพื้นที่ อ.วังน้อย จ.อยุธยา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดหัวหินที่ 116/2564 ลงวันที่ 25 ต.ค.64 ทำหน้าที่สั่งการและว่าจ้างให้มีการจัดส่งแรงงานชาวโรฮินจาไปส่งยังที่หมาย และ นายทองมนต์ เพียรจำ อายุ 47 ปีผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดหัวหินที่ 115/2564 ลงวันที่25 ต.ค.64 ทำหน้าที่ นำพาแรงงานชาวโรฮินจา

จากชายแดนพม่า มายังที่พักในเขตบางบัวทองฐานความผิด “มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป, เป็นธุระจัดหา พามาจาก หรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งบุคคลใดโดยข่มขู่ ใช้กำลังบังคับ หลอกลวง ใช้อำนาจ โดยมิชอบ ใช้อำนาจครอบงำบุคคลด้วยเหตุที่อยู่ในภาวะ อ่อนด้อย ทางร่างกาย จิตใจ การศึกษา หรือทางอื่นโดยมิชอบ

โดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบต่อ บุคคลใด และเด็ก อันเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ ด้วยการอื่นใดที่คล้ายคลึงอันเป็นการขูดรีดบุคคล ไม่ว่าบุคคล นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, ร่วมกันพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรหรือกระทำการด้วยประการใดๆ อันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร และรู้ว่าเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัยซ่อนเร้น หรือ ช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้พ้นการจับกุม” จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่ง พงส.ส.ภ.หัวหิน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

แนะนำให้คุณ